โปรแกรมรักษาฝ้า กระ เหมาะกับคุณ ถ้า…
มีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำที่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์ทุกวัน
อยากได้ผิวกระจ่างใสโดยไม่ต้องปกปิด
เคยรักษาฝ้าที่อื่นแล้วไม่หาย หรือสงสัยว่าเป็นฝ้าผสม (ทั้งตื้นและลึก)
ต้องการแพทย์ประเมินและเลือกสูตรที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
อยากเห็นผลไว ควบคู่กับการบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้น
เมโสหน้าใสช่วยทั้งลดฝ้าและเพิ่มคอลลาเจน ผิวชุ่มชื้นเต่งตึงไปพร้อมกัน
4 ขั้นตอน easy ง่ายๆ
ปรึกษา / ประเมิน
คุณหมอตรวจประเมินใบหน้า วิเคราะห์ว่าเป็นฝ้าตื้น ฝ้าลึก หรือฝ้าผสม ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เลือกสูตรเมโสที่เหมาะกับเคส
Diamond Bright (ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase), Alpha Arbutin (สกัดจากเบอร์รี่ ยับยั้งเมลานิน) หรือ Derma Gold (สกัดจากรากชะเอม ทำลายเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ) พร้อมแจ้งราคาชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ฉีดโดยหมอหมี
ฉีดเมโสหน้าใสตามสูตรที่เลือก เริ่มเห็นผลใน 3 วัน ตัวยาออกฤทธิ์เต็มที่ใน 7–14 วัน
ฉีดต่อเนื่องตามแผน + ติดตามผล
แนะนำฉีดสัปดาห์ละครั้งในเดือนแรก จากนั้นฉีดทุก 2 สัปดาห์ ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงแสงแดดเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการรักษาฝ้า กระ
ฉีดโปรแกรมเมโสรักษาฝ้าเจ็บไหม?
ไม่เจ็บค่ะ คุณหมอมือเบามาก
ฝ้าเกิดจากสาเหตุอะไร?
ส่วนใหญ่เกิดจากแสงแดดที่กระตุ้นให้เมลานินทำงานมากขึ้นเพื่อกรองรังสียูวี โดยเฉพาะรังสียูวีเอที่ทำลายผิวได้ลึก นอกจากนี้การใช้เครื่องสำอาง การรับประทานยา พันธุกรรม และการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ทานยาคุม หรือเข้าสู่วัยทอง ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดฝ้าเช่นกัน
ฝ้ามีกี่ประเภท?
แบ่งได้ 2 ประเภทหลัก คือฝ้าแบบตื้น (อยู่บนชั้นหนังกำพร้า เห็นขอบชัดเจน) และฝ้าแบบลึก (อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง สีอ่อนกว่าและขอบเขตไม่ชัดเจน) ส่วนใหญ่คนที่มีปัญหาฝ้ามักเป็นทั้งสองแบบร่วมกัน เรียกว่าฝ้าผสม ซึ่งรักษายากกว่าและมีโอกาสเป็นซ้ำได้สูง โดยเฉพาะฝ้าจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมน
ฉีดโปรแกรมเมโสหน้าใสกี่ครั้งถึงเห็นผล?
เริ่มเห็นผลใน 3 วันหลังฉีด ผิวจะดีขึ้นและตัวยาออกฤทธิ์เต็มที่ใน 7–14 วัน แต่การแก้ฝ้าต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ แนะนำฉีดสัปดาห์ละครั้งในเดือนแรก จากนั้นฉีดทุก 2 สัปดาห์
บริการอื่นในหมวดผิวพรรณ
พร้อมเริ่ม โปรแกรมรักษาฝ้า กระ แล้วหรือยัง?
ปรึกษาหมอหมีฟรี ประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย



